วันนี้ Renesas ยักษ์ใหญ่ในวงการอิเลกทรอนิกส์ของญี่ปุ่นได้ประกาศยุติการทำธุรกิจวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายที่ได้ทำการซื้อมาจาก Nokia ในปี 2010 โดยมีพนักงานที่ได้รับผลกระทบกว่า 808 คน โดยในอดีตเนื่องจากทางโนเกียได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำธุรกิจทางด้านมือถือมาเป็นเน้นออกแบบและผลิตเท่านั้นจึงได้ขายแผนกวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไร้สาย (R&D) ให้กับ Renesas ด้วยมูลค่า 200 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อมีโทรศัพท์มือถือ Android ออกมาและ Nokia ประกาศจะเปลี่ยนไปสร้าง Windows Phone อีก ทำให้ยอดขายของ Renesas เองย่ำแย่เป็นอย่างมากดังนั้นแต่สำหรับพนักงานของ Renesas เองคงไม่ย่ำแย่เท่าไหร่เพราะในเมืองเดียวกันก็มี Nokia Siemens Networks ตั้งอยู่ และถัดไปทางทิศได้ของเมือง Espoo เองก็มี R&D Center ของ Samsung เพิ่งเข้ามาตั้งอยู่เช่นกัน
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556
NVIDIA เปิดตัวหน่วยประมวลผล TEGRA 4
NVIDIA เปิดตัวหน่วยประมวลผลของตัวเองรุ่นใหม่ในนาม TEGRA 4 โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้
- 72 custom NVIDIA GeForce GPU core (ประมวลผลกราฟฟิคเร็วกว่า TEGRA 3 6 เท่า)
- quad-core ARM Cortex-A15 CPU (เร็วขึ้น 2.6 เท่าจากของเดิมเมื่อใช้งานแอพพลิเคชันทั่วไปและท่องอินเตอร์เน็ต)
- รองรับ 4G LTE ทั่วโลกผ่านการใช้งานชิปเซ็ตเสริม NVIDIA Icera® i500
- ปรับปรุงความสามารถในการถ่ายภาพและวิดีโอในโหมด HDR
- ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม สามารถเล่นวีดีโอความละเอียดสูงได้อย่างต่อเนื่อง 14 ชั่วโมง
ที่มา: androidguys
วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555
การแก้ไขให้ Android Application แสดง Splash Screen เพียงครั้งเดียว
เมื่อเราสร้าง Splash Screen ขึ้นมาแล้ว Android จะนับเป็น Activity ที่เปิดขึ้นมาและเมื่อเราเปิด Activity อื่นๆ Activity ของ Splash Screen จะถูกเก็บเข้าไปยังหน่วยความจำทำให้เมื่อเรากดปุ่ม back จากใน Activity หลักของเราจะทำให้กลับมาที่หน้าของ Splash Screen อีกทางแก้ก็คือให้แก้ไขไฟล์ AndroidManifest.xml แล้วใส่ android:noHistory="true" เข้าไปยังแท๊ก Activity ของ Splash Screen ซึ่งจะทำให้ Activity ของ Splash Screen ไม่ถูกเก็บเข้าสู่หน่วยความจำเมื่อเรากด back จาก Activity หลักก็จะทำให้ออกจาก Application ได้ทันที
ที่มา: stackoverflow.com
การสร้าง Splash Screen สำหรับ Android Application
เนื่องจากผมประสบปัญหา Splash Screen ของ App Android ที่เขียนไว้ไม่สามารถใช้งานได้บน Android 4.0 ผมขออ้างอิงวิธีการแก้ปัญหาจาก StackOverFlow โพสนี้นะครับ โดย R.layout.splash คือหน้าจอของ Splash Screen ที่เราสร้างขึ้นเพื่อแสดงนะครับ ส่วน com.lars.DrinkRecOrder.splashscreen.DrinkRecOrderActivity คือ Activity ที่จะให้เปิดขึ้นเมื่อแสดง Splash Screen จบ
ที่มา: stackoverflow.compackage com.lars.DrinkRecOrder; import android.app.Activity; import android.content.Intent; import android.os.Bundle; import android.os.Handler; public class SplashScreen extends Activity { /** Called when the activity is first created. */ @Override public void onCreate(Bundle savedInstanceState) { super.onCreate(savedInstanceState); setContentView(R.layout.splash); Handler handler = new Handler(); handler.postDelayed(new Runnable() { public void run() { /* start the activity */ startActivity(new Intent("com.lars.DrinkRecOrder.splashscreen.DrinkRecOrderActivity")); } }, 5000); } }
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
NVIDIA เปิดตัว DirectTouch platform สัมผัสที่ลื่นขึ้นและใช้พลังงานที่น้อยลง
![]() |
| Picture from engadget.com |
ที่มา: engadget.com
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554
Nvidia เข้าซื้อกิจการบริษัทผลิตโมเด็มไร้สายนาม Icera
Nvidia ไม่เพียงต้องการผลิตหน่วยประมวลผลสำหรับอุปกรณ์พกพาเช่น Tegra 2 เท่านั้น ล่าสุด Nvidia ได้เข้าซื้อบริษัทผลิต โมเด็มไร้สายนามว่า Icera ด้วยมูลค่า 367 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
ในอุปกรณ์พกพาไร้สายเช่นสมาร์ทโฟนนั้นจะมีส่วนที่เป็นโมเด็มไร้สายเพื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์ของเราเข้ากับผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ Icera ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดนี้ด้วยเหมือนกันโดยได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุดออกมาชื่อว่า Espresso 450 ซึ่งได้ถูกใช้อยู่ในหน่วยประมวลผล Tegra ของ Nvidia อยู่แล้วดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหาก Nvidia จะเข้าซื้อ Icera
เราทุกคนต่างก็รู้ว่าหลายๆสิ่งกำลังเริ่มร้อนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมผลิตชิปเซ็ตสำหรับอุปกรณ์พกพา Nvidia จึงหวังว่าการซื้อ Icera เข้ามาในครั้งนี้จะช่วยให้ Nvidia สามารถที่จะผลิตหน่วยประมวลผลแบบ all-in-one สำหรับอุปกรณ์พกพาแทนที่จะแยกออกจากกันดังนั้นจับตามดูกันให้ดีดีว่า Nvidia จะมีอะไรออกมาให้เราได้ดูกันบ้างและคู่แข่งจะมีเทคโนโลยีอะไรออกมาแข่งบ้าง
ฟีเจอร์ใหม่ใน Android Development Tools (ADT) เวอร์ชัน 11
ในงานประชุม Google I/O ที่ผ่านมา นักพัฒนาของทาง Google ได้ทำการสาธิต Android Development Tools (ADT) เวอร์ชันใหม่ซึ่งเปิดให้ดาว์นโหลดกันได้แล้ว โดยใน ADT เวอร์ชัน 11 นี้เน้นไปที่การปรับปรุงตัว Editor ให้นักพัฒนาสามารถออกแบบ User Interface ได้ง่ายขึ้น โดยได้เพิ่มฟีเจอร์เช่น Extract Include และ Extract Style ซึ่งจะช่วยในการลดความซ้ำซ้อนและหลากหลายของ UI ที่เราต้องสร้างขึ้น โดยนักพัฒนาสามารถนำ layout และ style ที่สร้างไว้แล้วมาใช้อีกได้และฟีเจอร์ที่เพิ่มต่อมาคือตัวช่วยออกแบบ layout ซึ่งจะรองรับการออกแบบ layout สำหรับอุปกรณ์หลายๆประเภทและ code completion ที่สามารถช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค๊ดได้เร็วขึ้นและรองรับการใช้งาน custom layout อีกด้วย สำหรับฟีเจอร์อื่นๆสามารถเข้าอ่านต่อได้ตามลิงค์นี้เลยนะครับและผมขอปิดท้ายด้วย video ของ ADT session จากงาน Google I/O ครั้งล่าสุดกันเลยนะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




